การวาดภาพทางพฤกษศาสตร์

   สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกทรงมีพระราชดำริ
"การสอนการอบรมให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พืชพรรณนั้น ควรใช้วิธีการปลูกฝังให้เด็กเห็นความสวยงาม ความน่าสนใจ และเกิดความปิติที่จะทำการรอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป การใช้วิธีการสอนการอบรมที่ให้เกิดความรู้สึกกลัวว่าหากไม่อนุรักษ์แล้วจะเกิดผลเสียเกิดอันตรายแก่ตนเอง จะทำให้เกิดความเครียด ซึ่งจะเป็นผลเสียแก่ประเทศในระยะยาว "
         
มาตั้งแต่ พ.ศ. 2536 โดยที่ประเทศไทยยังไม่รู้จักการวาดภาพพฤกษศาสตร์มากนัก ในวันพืชมงคล เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2541 ณ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ทรงมีรับสั่งระหว่างเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ให้มีการวาดภาพพฤกษศาสตร์ในโรงเรียนสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน จากนั้นทรงมีรับสั่งอีกครั้งในเรื่องการวาดภาพพฤกษศาสตร์เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ.2541 ณ สนามบินฮีทโทร  กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
         โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพรครโดยคณาจารย์จากภาควิชาพฤคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์ภาควิชาพฤกษศาสตรคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คุณเอกชัย อ๊อดอำไพ (นักวาดภาพทางพฤกษศาสตร์) คุณวิชัย มะลิกุล (นักวาดภาพแมลงและภาพทางวิทยาศาสตร์ จากสถาบันสมิทโซเนียน สหรัฐอเมริกา) ได้มาร่วมเป็นวิทยากร สามารถจัดแสดงผลงานที่วาดโดยนักเรียนครั้งแรกในวันพืชมงคล เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2542 และเป็นงานหนึ่งที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
         อาจารย์ลลิตา โรจนกร  นักวาดภาพพฤกษศาสตร์ รับทราบการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ และงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน จึงร่วมสนองพระราชดำริเป็นวิทยากรสอนการวาดภาพพฤกษศาสตร์ ตั้งแต่ พ.ศ.2542 ระหว่างที่กลับมาพักในประเทศไทย ปีละครั้ง และได้จัดทำต้นฉบับ"ศิลปะการวาดภาพพฤกษศาสตร์" มอบให้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เพื่อจัดพิมพ์เป็นแนวทางสำหรับครู อาจารย์ นักเรียน ที่สนใจ ให้เกิดการสัมผัสในสิ่งที่ไม่เคยสัมผัส การรู้จริงในสิ่งที่ไม่เคยได้รู้จริง เป็นปัจจัยสู่จินตนาการ เป็นเหตุแห่งความอาทร การุณย์ สรรพชีวิต สรรพสิ่ง ผ่านการวาดภาพพฤกษศาสตร์ นำไปสู่การศึกษาธรรมชาติแห่งชีวิต และสรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว ที่จะส่งผลไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนต่อไป...